วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อันตรกัป...พระพรหมโมลี



อันตรกัป
(วิมุตติรัตนมาลี เล่ม ๑ ของพระพรหมโมลี 
(วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)


อันตรกัป คือ การที่มนุษย์สมัยเริ่มแรก ซึ่งมีอายุยืนยาวนานถึงอสงไขยปีแล้วเสื่อมถอยลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ถึง ๑๐ ปี และกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงอสงไขยปีอีกตามเดิมนี้ มีชื่อเรียกว่า อันตรกัป

มนุษย์สมัยเริ่มแรกมีอายุขัยถึงอสงไขยปี ต่อมาอายุของมนุษย์ได้เสื่อมถอยลง ด้วยความประมาท และอำนาจของไตรลักษณ์ ประกอบกับศีลธรรม ก็เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ และอายุของมนุษย์ก็ถอยลงอย่างไม่หยุดยั้ง มีกำหนดร้อยปีลดน้อยลงมาหนึ่งปี อายุของมนุษย์จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือเพียง ๑๐ ปี

การไม่ปฏิบัติชอบในบิดา มารดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล จะได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์ ในสมัยนี้ และจะอยู่เจือปนกันเหมือนสัตว์ เช่น ไก่ แพะ แกะ สุกร ไม่มีคำว่า บิดา มารดา ป้า น้า อา ครู อาจารย์ มีจิตอาฆาต พยาบาท มุ่งร้ายกัน คิดฆ่ากันอย่างรุนแรง แม่คิดต่อลูก ลูกคิดต่อแม่ พ่อคิดต่อลูก ลูกคิดต่อพ่อ พี่ชายคิดต่อน้องหญิง พี่หญิงคิดต่อน้องชาย

ทางแห่งกุศล คือ กรรมบถ ๑๐ ประการจะหายไป ทางแห่งอกุศลจะรุ่งเรือง และจะมี สัตถันตรกัป คือ กัปที่อยู่ระหว่างศัสตรา ๗ วัน คนทั้งหลาย จะมีความสำคัญในกัน และกันว่าเป็นเนื้อ จะฆ่าฟันกันล้มตายเป็นเบือ จนแทบจะหมดโลก แล้วกลับได้สติขึ้นมาพยายามรักษาชีวิตของกันและกันไว้ ละเว้นการฆ่าสัตว์ ตั้งใจบำเพ็ญกุศลกรรม และละอกุศลกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อายุของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งถึงอสงไขยปีอีกตามเดิม

การที่อายุของมนุษย์ระยะแรกเริ่ม ยืนยาวถึงอสงไขยปี แล้วเสื่อมถอยลดน้อยลงไปถึง ๑๐ ปี แล้วกลับมีอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงอสงไขยปีอีกตามเดิม มีชื่อเรียกว่า "อันตรกัป"

อสงไขยกัป...พระพรหมโมลี



อสงไขยกัป
(วิมุตติรัตนมาลี เล่ม ๑ ของพระพรหมโมลี 
(วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)

อสงไขยกัป  มีระยะเวลาในยาวนานเท่ากับ ๖๔ อันตรกัป

อสงไขยกัป ประการ ซึ่งแบ่งออกตามความเป็นไปของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามกฎไตรลักษณ์ 

             ๑. สังวัฏฏกัป หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่โลกเสื่อม,โลกพินาศ มี ๓ อย่าง
        ๑.๑ เตโชสังวัฏฏกัป หมายถึง กัปที่เสื่อมเพราะไฟ นับตั้งแต่ชั้นอาภัสสรพรหม (รูปพรหมชั้นที่ ๖) ลงมา
        ๑.๒ อาโปสังวัฏฏกัป หมายถึง กัปที่เสื่อมเพราะน้ำ นับตั้งแต่ชั้นสุภกิณหพรหม (รูปพรหมชั้นที่ ๙) ลงมา
        ๑.๓ วาโยสังวัฏฏกัป หมายถึง กัปที่เสื่อมเพราะลม นับตั้งแต่ชั้นเวหัปผลพรหม(รูปพรหมชั้นที่ ๑๑) ลงมา หรือหมายถึงช่วงระยะเวลาที่เปลวไฟดับ จนถึงมหาเมฆพินาศ


          ๒. สังวัฏฏฐายีกัป หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่โลก อยู่ถัดจากความเสื่อมไป หรือหมายถึงช่วงระยะเวลาที่ เปลวไฟที่ให้กัปพินาศดับลง จนถึงมีมหาเมฆบริบูรณ์ ใน ๑๐๐,๐๐๐โกฏิจักรวาล

๓. วิวัฏฏกัป หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่โลกเจริญ หรือหมายถึงช่วงระยะเวลาที่ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เกิด จนถึงมีมหาเมฆบริบูรณ์ 

        ๔. วิวัฏฏฐายีกัป หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่โลก อยู่ถัดความเจริญไป หรือหมายถึงช่วงระยะเวลาที่ มหาเมฆซึ่งให้กัปพินาศเกิดอีก จนถึงดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เกิดอีก

( ในคำทั้ง ๔ นี้ หมายถึง เตโชสังวัฏฏกัป เท่านั้น )

กำหนดเวลาที่เรียกว่า อสงไขยกัป นั้น เป็นเวลาอันยาวนานมากถึง ๖๔ อันตรกัป 

๑. สังวัฏฏอสงไขยกัป เป็นเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
๒. สังวัฏฏัฏฐายีอสงไขยกัป เป็นเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
๓. วิวัฏฏอสงไขยกัป เป็นเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
๔. วิวัฏฏัฏฐายีอสงไขยกัป เป็นเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
รวมทั้งสิ้น เป็นเวลานานถึง ๒๕๖ อันตรกัป


สุญกัป และอสุญกัป...พระพรหมโมลี





สุญกัป

(วิมุตติรัตนมาลี เล่ม ๑ ของพระพรหมโมลี 
(วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)

การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้นเป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีน้ำใจเสียสละ อดทน อย่างยิ่งยวด และผู้ที่ตั้งใจบำเพ็ญบารมีเป็นพระพุทธเจ้าจนเต็มอย่างสมบูรณ์นั้นก็หาได้ยากยิ่ง เพราะฉะนั้น บางกัปจึงไม่มีพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาอุบัติ ตรัสรู้เลย แม้แต่พระองค์เดียว เรียกว่า สุญกัป

อสุญกัป

กัปที่มีพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาอุบัติตรัสรู้ เพื่อสอนชาวโลก เรียกว่า อสุญกัป แปลว่า กัปที่ไม่สูญเปล่า
อสุญกัป ที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาตรัสรู้สอนชาวโลกนี้ จำแนกได้ ดังนี้
      ๑. สารกัป - เป็นอสุญกัปที่มีพระพุทธเจ้า ๑ พระองค์
๒. มัณฑกัป - เป็นอสุญกัปที่มีพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์
๓. วรกัป - เป็นอสุญกัปที่มีพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์
๔. สารมัณฑกัป - เป็นอสุญกัปที่มีพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์
๕. ภัทรกัป - เป็นอสุญกัปที่มีพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
(คือกัปปัจจุบัน)