วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

พระพุทธเจ้าในภัทรกัป...พระพรหมโมลี



พระพุทธเจ้าในภัทรกัป
(วิมุตติรัตนมาลี เล่ม ๑ ของพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)

ยุคปัจจุบันนี้เป็นกัปที่ชื่อเรียกว่า ภัทรกัป นับว่าเป็นกัปเจริญที่สุด เป็นกัปที่ประเสริฐที่สุด เป็นกัปนานแสนนาน จึงจะปรากฏขึ้นในโลกนี้ครั้งหนึ่ง เพราะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก ถึง ๕ พระองค์ สัตว์ที่มีบุญวาสนาบารมี ที่ท่องเที่ยวอยู่ในมนุษย์โลก เทวโลก และพรหมโลก ย่อมมีโอกาสที่จะได้พบพระพุทธเจ้า ได้สดับพระธรรมคำสอน เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ได้พบพระพุทธเจ้ามากมายถึง ๕ พระองค์ ได้แก่
๑. สมเด็จพระพุทธกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระชนมายุ ประมาณ ๔๘,๐๐๐ ปี
๒. สมเด็จพระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระชนมายุประมาณ ๒๔๐๐๐ ปี
๓. สมเด็จพระกัสสโปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระชนมายุ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ปี
๔. สมเด็จพระศรีศักยะมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระชนมายุ ประมาณ ๑๐๐ ปี
๕. สมเด็จพระศรีอริยเมรตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จลงมาตรัสรู้สอนชาวโลกต่อไปในอนาคต มีพระชนมายุประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความดับทุกข์...แม่ชีบริจิต สล็อตเทนเบเชอร์



ความดับทุกข์
(บริจิต สล็อตเทนเบเชอร์ แม่ชีชาวออสเตรเลีย วัดสังฆทาน อ.บางไผ่ จ.นนทบุรี)

สิ่งหนึ่งที่สำคัญในคำสอนของพระพุทธเจ้าคือ ความดับทุกข์  ไม่มีเกิด ไม่มีแก่ ไม่มีเจ็บ ไม่มีตาย มันมีผลทำให้เราไม่ติดสุข ไม่ติดทุกข์ มีอุเบกขา ที่เรียกว่า นิพพาน
ไม่มีคำสอนในศาสนาอื่นใด สอนทางออก ทางแก้ทุกข์ ในเรื่องของการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ที่เรียกว่า "สังสารวัฏ"  แน่นอนว่าทุกศาสนานั้นดี อยากให้ทุกคนเป็นคนดี เค้าสอนเรื่องศีลจะได้ไม่มีบาป  ไม่ไปเกิดในนรก หรือไปเกิดเป็นเปรต เป็นสัตว์เดรัจฉาน สอนให้คนทำดี เกิดมาอีกที่อย่างน้อยก็ขอให้ได้เป็นคน ศาสนาที่มีการสอนทางออกจากสังสารวัฏ นอกจากพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่มี
ด้วยพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสั่งสอนศิษย์ ที่เรียกว่า มรรคมีองค์แปด ธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ไว้ ให้เราดูทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และทางดับทุกข์  โดยดับสมุทัย เราสามารถทำได้โดยปฎิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและนี่คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อ 2500 ปีมาแล้ว  จนทุกวันนี้มีลูกศิษย์สำเร็จมรรคผลเป็นล้านๆ คนได้ เราโชคดีที่เรายังมีพระอริยเจ้าคอยสั่งสอน เราจึงไม่ควรจะเสียเวลา มาดับทุกข์ของตัวเราเองเลย และมาสำรวจดูความสงบสุข และการหลุดพ้นกัน

วิบากกรรม...แม่ชีบริจิต สล็อตเทนเบเชอร์



วิบากกรรม
(บริจิต สล็อตเทนเบเชอร์ แม่ชีชาวออสเตรเลีย วัดสังฆทาน อ.บางไผ่ จ.นนทบุรี)

ทุกข์ และการดับทุกข์อยู่ที่ใจเรานี้เอง  ไม่มีใครมาลงโทษเรา ตัวเราจะเป็นผู้ได้รับผลแห่งการกระทำของเราเอง  ไม่มีใครให้รางวัลเรา  โดยที่เราไม่ได้ทำความดีอะไร  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั่นคือสิ่งทั้งหมดที่เป็นไป  ไม่มีพระเจ้าสร้าง  เราสร้างทุกอย่างเอง  เราเห็นวิบากกรรมอย่างนี้  เราจะระมัด ระวังการกระทำของเรา  บาปที่เราทำ มันจะย้อนกลับมา  มีผลกับตัวเราเอง จากการที่เข้าใจอย่างนี้  ความกลัวในการทำบาป  ความละอายต่อบาป จะเกิดขึ้นในใจ  ไม่ใช่กลัวว่าพระเจ้าจะลงโทษ  
เราเข้าใจในบาปที่เราทำไปว่า  มันจะมามีผลกับเรา  อยู่ในใจเราตลอดเวลา เมื่อมากๆ ขึ้น ผลมันก็ก่อให้เกิดทุกข์ให้กับเรา  และทุกอย่างที่เราทำดี  มันก็จะเป็นวิบากกรรมที่ก่อให้ เกิดความสุข ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือก ทุกข์ หรือสุขเราเลือกเอง

 

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จิตว่างคือทางดับทุกข์...ธรรมทายาท



จิตว่างคือทางดับทุกข์
(สรุปโดย ... ธรรมทายาท)

          จิตวุ่นจึงไม่ว่าง จิตว่างจึงไม่วุ่น หยุดวุ่นจึงว่าง คือหยุดสังสารวัฏ หยุดคิดปรุงแต่ง หยุดยึดถือสิ่งที่เป็นมายาทั้งหลาย หยุดยึดถือสิ่งที่เป็นสมมุติทั้งปวง  ดังนั้น "หยุด" จึงเป็นตัวสำเร็จ
       จิตว่างคือพุทธะ(ผู้รู้) จิตว่างคือธรรมะ(ความจริงแท้ไม่เปลี่ยนแปลง) ธรรมะคือจิตหนึ่ง(เอโก ธัมโม) จิตหนึ่งคือความว่าง(เอโก จิตโต) จิตหนึ่งคือสุญญตา  จิตหนึ่งคืออนัตตา  จิตหนึ่งไม่มีสังขาร  จิตหนึ่งไม่มีการคิดปรุงแต่ง จิตหนึ่งไม่มีมายา  จิตหนึ่งคือธรรมกาย ธรรมกายคือกายธรรม กายธรรมคือนิพพาน นิพพานคือจิตหนึ่ง (ครอบงำทุกสรรพสิ่ง อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง)
ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากจิตหนึ่ง (๓๑ ภพภูมิ) ตั้งอยู่ในจิตหนึ่ง  รวมอยู่ในจิตหนึ่ง(อนันตโลกธาตุ, อนันตจักรวาล)  และดับไปในจิตหนึ่ง  จิตหนึ่งไม่อิงอาศัยสิ่งหนึ่งสิ่งใด  จิตหนึ่งเป็นนามของจักรวาล(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)  จิตหนึ่งเป็นลมของโลก(คิริมานนทสูตร) จิตหนึ่งไม่มีตัวตน  จิตหนึ่งมิใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา
       ตามปฏิจจสมุปบาท เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย  วิญญาณจึงมี  เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี ฯลฯ   
เข้าถึง "จิตหนึ่ง" เพราะอวิชชาดับ  สังขารจึงดับ  เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ  เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ ฯลฯ  และเพราะมีสังขารทุกสรรพสิ่งจีงเกิดขึ้น  เมื่อสังขารดับทุกสรรพสิ่งก็ดับไป
จิตหนึ่งคือความว่าง ในความว่างไม่มีสังขาร ปรากฏการณ์ต่างๆ หรือสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย  ก็ว่างเปล่าไปหมด มีก็เหมือนกับไม่มี  ในความว่างไม่มีรูปร่าง ไม่มีความเกิด  ไม่มีความแก่  ไม่มีความเจ็บ  ไม่มีความตาย  ไม่มีการมา  ไม่มีการไป  ไม่มีการตั้งอยู่  ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการจุติ และกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีขอบเขตจำกัด
ความว่างอันใหญ่หลวง ที่ครอบงำสิ่งทั้งปวงอยู่ทุกทิศทุกทางนั้น เป็นเนื้อแท้อันเดียวกันกับ "จิตหนึ่ง" นั่นเอง (คำสอนฮวงโป...พุทธทาสภิกขุ)